1. ให้มี 'คำสำคัญ' อยู่ในชื่อเรื่องของคุณ

คีย์เวิร์ด หรือคำสำคัญ คือ คำที่เราใช้เพื่อค้นหา หรือ เป็นคำสำคัญในบทความนั้นๆ อาทิเช่น กาแฟ ร้านอาหารไทย อาหารไทย หนังโรแมนติคคอมเมดี้ วงการเคป็อบ เพลงร็อค แร็ปเปอร์ เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา

2. ตั้งชื่อเรื่องเป็นแนวคำถาม กระตุ้นความอยากรู้

การตั้งชื่อเรื่องให้เป็นแนวคำถามนั้น ก็เพื่อให้เกิดความน่าสนใจและอยากติดตามบทความนั้นๆมากขึ้นนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น

- กาแฟที่ดีที่สุดในภูเก็ตคืออะไร ?

- สายการบินอะไรที่ดีที่สุดในการเดินทางไปกรุงเทพฯ ?

- ภาพยนตร์เรื่องใดที่สนุกที่สุดใน ปี 2020 ?

- ภาพยนตร์เรื่องใดที่น่ากลัวที่สุดใน Netflix ?

3. ให้มีคีย์เวิร์ดของคุณอยู่ทั้งในย่อหน้าแรก ย่อหน้ารอง หัวข้อย่อย ภาพคำอธิบายใต้รูป ใช้ซ้ำมากๆเท่าที่จะทำได้

การใช้คีย์เวิร์ด หรือ คำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับบทความของเราบ่อยๆ ในทุกๆที่ที่สามารถทำได้นั้น ก็เพื่อให้ระบบค้นหาดึงคำของเราออกมา ยิ่งมีเยอะ มีมากเท่าไร ระบบจะระบุให้บทความของคุณมีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับคำที่ถูกใช้ค้นหา อย่างเช่น

ชื่อเรื่อง/คีย์เวิร์ด : กาแฟที่ดีที่สุดในเชียงใหม่คืออะไร?

ย่อหน้ารอง : คู่มือสำหรับผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟ ในร้านกาแฟที่ดีที่สุดในเชียงใหม่

ชื่อเรื่อง/คีย์เวิร์ด : 20 ร้านเพื่อค้นหากาแฟที่ดีที่สุด

ย่อหน้ารอง : เพื่อค้นหากาแฟที่ดีที่สุดในเชียงใหม่ ฉันแวะร้านกาแฟ 20 แห่ง ตลอดการเดินทางที่นั่น

ชื่อเรื่อง/คีย์เวิร์ด : ในทุกๆวัน

ย่อหน้ารอง : ฉันสามารถดื่มกาแฟที่ดีที่สุดในเชียงใหม่ได้ในทุกๆวันตลอดการเดินทางของฉัน

ชื่อเรื่อง/คีย์เวิร์ด : ราคาที่เหมาะสม

ย่อหน้ารอง : การซื้อกาแฟที่ดีที่สุดไม่ใช่แค่ค้นหาสถานที่ที่เหมาะสมเท่านั้น แต่ยังต้องมีราคาที่เหมาะสมด้วย

ชื่อเรื่อง : ราคาดีที่สุด

ย่อหน้ารอง : ค้นพบกาแฟที่ราคาดีที่สุดได้ที่เชียงใหม่

4. แบ่งบทความออกเป็นส่วนๆ ไม่ให้ติดกันเกินไป

โดยปกติคนเราจะอ่านหนังสือจากบนลงล่างและจากซ้ายไปขวา ดังนั้นเพื่อให้อ่านง่าย ค้นหาง่าย เราควรสร้างหัวข้อใหญ่ หัวข้อย่อย แบ่งประโยค แบ่งคำ และเว้นวรรคบทความของคุณให้มีช่องเว้นว่างไว้ ไม่ติดกันเกินไป

5. ให้แน่ใจนะ ว่าบทความของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านจริง

มาถึงตรงนี้แล้ว คุณต้องมั่นใจว่าบทความของคุณนั้นมีประโยชน์จริงกับผู้อ่านท่านอื่นๆ หากมีเนื้อหาที่ไม่มีประโยชน์ หรือเป็นโทษมากกว่า ขอให้คุณกลับไปทบทวน และเขียนเรื่องราวให้ส่งประโยชน์ หรือส่งคุณค่าให้ผู้คนดีกว่า

6. ระบุตำแหน่ง พิกัด สถานที่ที่คุณเขียนถึง

ทราบหรือไม่ว่าการระบุตำแหน่ง หรือ พิกัดที่แน่นอน จะทำให้ผู้อ่านได้ทราบพิกัดสถานที่ตั้งที่แน่นอนเพื่อให้กูเกิลจะทำการจัดอันดับบทความที่มีพิกัดที่แน่นอน ไม่ใช่แค่อาหารเท่านั้นนะ แต่ยังรวมถึงร้านขายปลีก การให้บริการ หรือ สถานบันเทิงต่างๆ ก็ควรระบุตำแหน่งให้ถูกต้องและชัดเจน

มีผลงานวิจัย เมื่อสองปีที่ผ่านมา (2559-2561) พบว่า

(Source: https://www.thinkwithgoogle.com/consumer-insights/near-me-searches/)

  • การค้นหาบนมือถือเติบโตขึ้นถึง 150% ที่ค้นหา…..ที่ใกล้ฉัน (เช่น ร้านอาหารที่ใกล้ฉัน, ปั๊มน้ำมันที่ใกล้ฉัน หรือ การส่งอาหารที่เปิดอยู่ใกล้ฉัน
  • การค้นหาบนมือถือเติบโตขึ้นถึง 900% ที่ค้นหา…..ใกล้ฉันวันนี้/คืนนี้ (เช่น สถานที่ที่เปิดให้เข้าเยี่ยมชมใกล้ฉันวันนี้, โรงแรมราคาถูกใกล้ฉันคืนนี้ และ ภาพยนตร์ที่ฉายใกล้ฉันวันนี้)
  • การค้นหาบนมือถือเติบโตขึ้นถึง 200% ที่ค้นหา….. เปิด + ตอนนี้ + ใกล้ฉัน (เช่น ร้านอาหารใกล้ฉันที่เปิดอยู่ตอนนี้, ร้านค้าใกล้ฉันที่เปิดอยู่ และ ร้านขายยาที่เปิดอยู่ใกล้ฉันตอนนี้)

7. ใส่ลิงก์ไปยังบทความอื่นๆที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องด้วย

ถ้าคุณเขียนบทความเกี่ยวกับหัวข้อๆหนึ่งอยู่ อย่าลืมเอ่ยถึงรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าไปด้วย อาจเป็นการอ้างอิงถึง คู่แข่ง ข้อมูล สถานที่ หรือบุคคลอื่นๆที่แตกต่างออกไป เพื่อเป็นจุดเชื่อมโยงของข้อมูลที่แตกต่าง จะทำให้บทความของคุณมีโอกาสมากขึ้นในการถูกค้นหาเจอจากกูเกิล

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับคำแนะนำ 7 ข้อที่เราเรียบเรียงมาเพื่อให้ครีเอเตอร์ของเราเข้าใจได้ง่ายขึ้น และ สามารถทำได้ง่ายๆด้วยตัวเอง

ใครทำแล้วได้ผลอย่างไร อย่าลืมมาเล่าให้ฟังกันบ้างนะคะ

Did this answer your question?